Chapter 1
Meeting you again.
10ปีผ่านไป... ผมกลับมาที่เกาหลีอีกครั้ง อีกไม่นานผมก็จะได้สืบทอดกิจการทุกอย่างของคุณปู่ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย บ้านหลังนี้ยังคงดูโอ่อ่า ใหญ่โต เงียบ และมืดมิดเช่นเคย ผมเดินผ่านพวกแม่บ้านที่กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ และแน่นอนว่าผมได้ยินว่าเขาพูดว่าอะไรกัน...
“นายน้อยโตขึ้นก็ยิ่งสวยขึ้นมากๆเลยเนอะเธอ... แต่เขาก็ยังดูโศกเศร้าอยู่ไม่เปลี่ยนไปเลย”
“ถ้าดูแต่หน้าตาก็เหมือนกับนางฟ้าเลยล่ะ แต่มองที่ตาของเขาสิ มันช่างเย็นชาจังเลย”
ผมเดินหนีออกมาจากที่ตรงนั้น ตั้งแต่ 10ปีก่อน ผมก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะพูดถึงผมยังไง ผมกลับเข้ามาในห้องนอนห้องเดิม มองไปรอบๆและนั่งลงที่เตียง สักพักคุณกีซุก บอดี้การ์ดของคุณปู่คนที่ตามไปดูแลผมที่อเมริกาก็ตามเข้ามา...
“ดีใจมั้ยครับที่ได้กลับบ้าน...” คุณกีซุกถามผม แต่ผมไม่ได้ตอบอะไร ผมไม่เคยคิดว่าที่นี่เป็นบ้าน มันเหมือนกับนรกมากกว่า เพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา มันก็ทำให้ผมนึกถึงวันนั้น วันที่ผมฆ่าคุณปู่ของผมด้วยมือของผมเอง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเสียใจสักเท่าไหร่หรอก เพราะชีวิตผมหลังจากวันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม ผมยังคงไม่ได้เจอยุนโฮ และลูกบอลสีแดงอันนั้นผมก็ไม่ได้มันคืนมา...
“จะไปไหนครับคุณแจจุง คุณน่าจะทานข้าวก่อนนะครับ” คุณกีซุกเรียกผมไว้ ทันทีที่ผมลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู
“ขอบใจ... แต่ฉันมีเรื่องสำคัญจะต้องทำ” ในตอนนี้ผมคิดถึงแต่สนามเด็กเล่นที่ด้านหลังกำแพงนั่นเท่านั้น มันจะยังคงอยู่ที่นั่นมั้ยนะ และถ้ายังอยู่... ยุนโฮ... ผมจะได้เจอกับเขามั้ย...
ผมมองไปที่กำแพงสูงนั่น แน่นอนว่าตอนนี้ไม่ได้ดูสูงใหญ่เท่าตอนที่ผมมองเมื่อตอนอายุ 8ขวบ และไม่ช้า... ผมก้าวเท้าไปที่ต้นเมเปิ้ลต้นเดิมที่โตขึ้นมากและสวยขึ้นมากกว่าเดิม ข้ามผ่านกำแพงสูง และคิดถึงยุนโฮ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ผมเฝ้าแต่คิดถึงการกลับมาที่นี่ เพื่อมาเจอกับเขา...
ผมกระโดดลงไปยืน ณ. อีกฟากของกำแพง มองไปที่ท้องฟ้าสีแดงยามเย็น และมองภาพตรงหน้า สนามเด็กเล่นยังคงอยู่ที่นี่ และแน่นอนว่ามันใหญ่ขึ้น... มีชิงช้าเพิ่มขึ้น.. และที่ตรงนั้นผมเห็นใครสักคนกำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตก และแกว่งชิงช้าให้ตัวเองเบาๆ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆและยืนอยู่ที่ด้านหลังของเขา แต่ดูเหมือนกับว่าเขาไม่รู้สึกตัวเลยว่าผมยืนอยู่ที่ตรงนั้น...
ผมนั่งลงที่ชิงช้าอีกตัวข้างๆเขา มองไปที่พระอาทิตย์ที่กำลังจะตก ผมรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองผมอยู่...
“สวัสดี...”
เขาทักผม แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไร ผมยังคงมองแสงสีแดงที่ค่อยๆลับขอบฟ้า คิดถึงยุนโฮ... คิด.. ว่าผมจะได้เจอกับเขาอีกมั้ย ถ้าเราเจอกัน ผมจะบอกกับเขามั้ย ว่าผมต้องทนคิดถึงเขามาตั้ง 10ปี ผมจะมีโอกาสได้พูดกับเขาอีกมั้ย...
“นายรู้มั้ย...”
เขาเริ่มพูดอีกครั้ง...
“นานมาแล้วฉันเคยตกหลุมรักเพื่อนของตัวเอง แต่ในตอนนั้นเราทั้งคู่ต่างก็ยังเด็ก... ฉันเคยคิดว่าที่ฉันชอบเขามากขนาดนั้นก็เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนของฉัน”
เขายังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกันว่าผมตังใจฟังเขาอยู่อย่างนั้นแหละ...
ผมถอนหายใจและยังคงมองไปที่พระอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้านั่น มันช่างสวยเหลือเกิน สวย... เหมือนกับดวงตาของยุนโฮ.... สิบปีมาแล้ว.. แต่ผมก็ไม่อาจลืมใบหน้าของเขาได้เลย ตอนนี้เขาคงต้องดูดีมากแน่ๆ...
“เพื่อนของฉันคนนั้นน่ะ น่ารักมากๆเลยนะ ครั้งแรกที่เราได้เจอกันฉันยังเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิงเลย” คำพูดนั้นทำให้ผมสะดุ้งขึ้นมา ผมมองเขา... และเขาก็ยิ้มขึ้นมาในขณะที่มองตรงไปข้างหน้า... แสงจากดวงอาทิตย์นั่นถึงแม้ว่ามันไม่ได้เจิดจ้าเท่ากับตอนกลางวัน แต่มันก็ทำให้ผมเห็นหน้าเขาไม่ชัดนัก “เราสัญญาว่าจะเจอกันทุกวัน แต่วันนึงเขาก็ผิดสัญญา... เขาไม่มา... และก็ไม่มาอีกเลย”
นั่นคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับผม ในตอนนั้นที่คุณปู่จับได้... หรือว่าเขาคือ....
“ฉันแทบบ้าแน่ะ แต่หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ได้รู้ว่าปู่ของเขาเสียชีวิต และเขาก็ถูกส่งไปอยู่ที่อเมริกา...” ผมตกใจมากและมองที่เขาอย่างตั้งใจ เขา.. เหมือนยุนโฮ แต่ตอนนี้เขาดูโตขึ้นมาก หล่อ และก็แข็งแรงมาก....
“ตั้งแต่เขาจากไปฉันก็มาที่นี่ทุกวันเพื่อรอเขา ฉันสวดอ้อนวอนพระเจ้าขอให้เขากลับมา เพราะฉันอยากจะเจอกับเขามาก...”
ทันใดนั้นผมรุ้สึกถึงน้ำตาที่กำลังเอ่อขึ้นมา... ผมกำลังจะร้องไห้... แต่ไม่.. ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ และฟังที่เขาพูดต่อไป... เขาจะใช่... ใช่มั้ยนะ.....
“แจจุง... นายปล่อยให้ฉันรอตั้ง 10ปี” เขาหันมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน... ผมไม่รู้ว่าน้ำตาไหลลงมาเมื่อไหร่ เขาจำผมได้ เขารอผม... ยุนโฮ... เขาคือยุนโฮจริงๆ
“ย... ยุนโฮ” เขายังคงยิ้มให้ผม รอยยิ้มที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทั้งอบอุ่นและสว่างไสว เราทั้งคู่ยืนขึ้น... และต่างมองหน้ากันและกัน.....
“ฉัน.. ฉันขอโทษที่ไม่ได้มาในวันนั้น ฉันไม่.. ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น”
เขากอดผม... เป็นครั้งแรกที่มีคนทำกับผมแบบนี้ ...กอด... ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดของเขา...
“อดีตที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันไปเถอะนะแจจุง... ฉันดีใจมากที่นายกลับมา” เขามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าและยิ้มอีกครั้ง....
“นายดู.... น่ารักขึ้นนะ”
...//////...
ผมเขิน... เขาเป็นคนเดียวจริงๆที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนี้ได้ เขามองมาที่ผมแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข.. แล้วผมก็นึกขึ้นได้...
…นานมาแล้วฉันเคยตกหลุมรักเพื่อนของตัวเอง...
นั่นคือสิ่งที่เขาพูดออกมา...
“ยุนโฮ... นายรักฉัน... อย่างงั้นเหรอ?” เขาหยุดหัวเราะและหันหลังให้ผมทันที ให้ผมเดานะ... เขาต้องกำลังอายอยู่แน่ๆ...
“นั่น... คือ... มัน... อ่า ใช่ ฉันรักนาย...”
คำตอบของเขาทำให้ผมมีความสุขมาก... ผมเดินเข้าไป กอดและซบลงที่แผ่นหลังกว้างของเขา...
“10ปียุนโฮ... 10ปี ที่เราต่างก็คิดเหมือนกัน...”
เขาดูตกใจกับสิ่งที่ผมพูด และเขาก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่อบอุ่นไม่เคยเปลี่ยนของเขา... ท้องฟ้ากำลังจะมืดลง และความอุ่นนุ่มที่บดเบียดลงมานั้น ก็ทำให้ทุกอย่างมืดมิดไป... ยุนโฮจูบผม... จูบแรก... จากรักแรก....
“แจจุง... ไปกับฉันนะ” ผมพยักหน้า แต่ไม่ได้ถามเขาว่าเราจะไปไหนกัน ผมไม่อยากให้ใครเป็นห่วงหรือตามหาตัวผม ดังนั้นผมจึงโทรบอกคุณกีซุกว่าคืนนี้ผมจะค้างที่โรงแรม ฟังจากน้ำเสียงของเขา เขาคงไม่ค่อยพอใจ แต่ผมก็ได้ให้สัญญาไปว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น และพรุ่งนี้ผมจะปลอดภัยกลับไป... (หึหึ)
ยุนโฮพาผมไปที่บ้านของเขา....
“เอ่อ.. ไม่มีคนอยู่เหรอ” เพราะในบ้านเงียบมาก ผมถึงถามเขาออกไป
“คุณพ่อกับคุณแม่แล้วก็น้องสาวฉันออกไปข้างนอกน่ะ...” เขายิ้มและตอบกลับมา...
ผมมองไปรอบๆ บ้านของยุนโฮเล็กกว่าที่บ้านผม แต่ให้ความรู้สึกว่าเป็นบ้าน ทั้งทั้งอบอุ่นและเต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข... ยุนโฮโชคดีที่เขาได้อยู่กับครอบครัว ไม่เหมือนกับผม... ที่ถูกทิ้งให้อยู่กับคุณปู่ที่ไม่ได้รักผมเลย...
“อ๋า... ไม่นะแม่...” เสียงของยุนโฮดังขึ้นมาจากในครัว เขาดึงโน้ตที่ติดไว้บนโต๊ะแล้วเดินมาทำหน้าหงอยอยู่ข้างๆผม...
“แม่ไม่ได้ทำกับข้าวเอาไว้ให้ แล้วเย็นนี้เราจะกินอะไรกันล่ะเนี่ย...”
ผมนึกถึงตอนที่อยู่อเมริกา ตอนที่คุณกีซุกสอนให้ผมทำกับข้าว.....
“เอ่อ... ให้ฉันทำให้เอามั้ย ฉันคิดว่าฉันทำได้นะ” เขาหันมามองผมอย่างไม่ค่อยเชื่อใจ แล้วเขาก็ยิ้มกว้างออกมา...
“เยี่ยมไปเลยแจจุง คืนนี้ฝากท้องด้วยนะคร๊าบบบบ” เขากอดผมและพูดขึ้นที่ข้างหู... เขาทำให้ผมหน้าแดงอีกแล้ว...
(จบตอนที่ 1ค่ะ)
edit @ 25 Jan 2008 15:24:43 by SOLberry*BlogFiC